* * ป ร ะ วั ติ แ น ว ด น ต รี (Part 1) * *
P a r t 1 - กลุ่มรากฐานของดนตรีเต้นรำ
A C I D J A Z Z - ดนตรีที่ถูกตั้งชื่อเติมคำว่า Acid เข้าไป เพราะอิทธิพลของ****ในยุคแรก ๆ
เอาเป็นว่านี่คือแจ๊ซซ์ที่เล่นโดยเด็กรุ่นใหม่ ภายใต้ฤทธิ์****
เกิดมาจากคลับของดีเจจิลล์ส เพ็ทเทอร์สัน ผสมผสานจังหวะฮิพฮ็อพ พั้งค์ และแจ๊ซซ์ แถมเข้าไปอีกก็มีจังหวะพอร์ดิสชั่นจากแอฟริกา และคิวบา
ฟังได้เป็นเพลง ๆ มากกว่าเป็นทั้งอัลบั้ม
Classic Acid Jazz : The Young Disciples, Brand New Heavies, James Taylor Quartet, Conduroy, Jamiroquai
R A R E G R O O V E - จังหวะต้นตำรับของเอซิดแจ๊ซซ์ เด่นชัดที่ดนตรีของเจมส์ บราวน์ และเสียงกลองในงานช่วงกลางยุค 70 ที่ผสมดนตรีแจ๊ซซ์เข้าไป ดนตรีจะสนุกสนานและเป็นแม่แบบให้หลายแนวดนตรีเต้นรำ
Classic Rare Groove : Maceo & The Macks, The Jackson Sister, Bobby Byrd, Gwen McCrae, Minnie Ripperton
D I S C O - นิวมิวสิคอย่างแท้จริง แนวดนตรีที่หล่อหลอมจากสัญลักษณ์มากมายของยุคสมัย นับจากรองเท้าส้นตึก ผมทรงอัฟโฟร ลูกบอลกระจกเหนือฟลอร์เต้นรำเรืองแสง ตัวดนตรีกำเนิดมาจากดนตรีฟั้งค์กระฉับกระเฉงจากยุค 70 แต่แทนที่จะเน้นตัวเพลงกลับไปเน้นการสร้างจังหวะจะโคนแทน
นี่คือดนตรีที่ออกแบบมาให้เต้น ตัวเพลงจึงยาวเหยียด
รูปแบบการเล่นเป็นซิงเกิ้ล 12 นิ้วจึงเริ่มขึ้น โดยเรียกกันว่า Maxi-Single
ความดังของดิสโก้ขยายออกมานอกดิสโก้เธค จนค่ายเพลงทำเพลงพ็อพที่ใส่ส่วนผสมของดิสโก้เข้าไป ทำให้ดนตรีดิสโก้ออกมาเข้าอันดับเพลงด้วย ความดังของดิสโก้ทำให้คอร็อคไดโนเสาร์ออกมาต่อต้าน
แต่ดิสโก้ได้รับการตอบรับอย่างดีในยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศสกับอิตาลี
Classic Disco : Sister Sledge, Chic, Diana Ross, KC & The Sunshine Band, Musique, Donna Summer, Village People
E L E C T R O - ดนตรีเต้นรำที่ใช้ส่วนผสมของจังหวะพั้งค์ ฮิพฮ็อพ และเสียงสังเคราะห์จากซินธิไซเซอร์มาสร้างเป็นจังหวะที่แปรเปลี่ยนคนให้เป็นหุ่นยนต์ เสียงบีทจะแข็ง แตกพร่า แล้วหล่อเป็นรูปออกมา เป็นซาวน์ดที่เกิดขึ้นเมื่อแร็พเพอร์ค้นพบเทคโนโลยี
นี่คือรากฐานของเทคโนโลยีเวลาต่อมา
Classic Electro : Afrika Bambaataa, Arthur Baker, Man Parrish, Mantronix, ESG, LiQuid, Cybotron
O L D S C H O O L H I P H O P - ตามตำนานบันทึกไว้ว่า ดนตรีฮิพฮ็อพอุบัติขึ้น จากการที่ดีเจชาวจาเมก้าในนิวยอร์ค คิดจะทำพาร์ตี้ย์ปิดถนนแบบในคิงสทันที่บ้านเกิด โดยใช้ระบบเสียงขนาดยักษ์ จากนั้นก็เปิดแผ่นเสียง มิกซ์ และสแครชแผ่น ในขณะที่บรรดาพลพรรค (crew) ออกมาวาดลวดลายการเต้น ตามเสียงที่เกิดมาจากการนำจังหวะเพลงพั้งค์ในอดีตมาดีวนซ้ำไปซ้ำมา แล้วก็หยอดการแร็พ หรือการพูดสไตล์ MC ซึ่งรับอิทธิพลมาจากดนตรีเรกเก้
Classic old school : Grandmaster Flash
A M B I E N T - ถือกำเนิดขึ้นในยุคที่นักดนตรีร็อคในทศวรรษที่ 70 ค้นพบเครื่องดนตรีสังเคราะห์ จึงใช้ซาวน์ดเหล่านี้สร้างสรรพเสียงที่ล่องลอย อ้อยอิ่ง หลอกหลอน โหยหวน เสมือนปลิวอยู่กลางอากาศ และระยิบระยับไปกับรายละเอียดของเสียงแปลก ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะตีวนไป ๆ มา ๆ
ศิลปินในยุคนี้รับอิทธิพลมาใช้ในการทำดนตรีเต้นรำสไตล์ผี ๆ
Classic Ambient : Brian Eno, Can, Bill Laswell, Penguin Orchesta, Terry Riley